
BMD คืออะไร?
BMD (Bone Mineral Density) หรือการตรวจวัดความหนาแน่นของมวลกระดูก เป็นหนึ่งในวิธีสำคัญที่ช่วยประเมินภาวะกระดูกพรุนและโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพกระดูก การตรวจนี้สามารถช่วยให้แพทย์ทราบว่ากระดูกของผู้ป่วยมีความหนาแน่นเพียงพอหรือไม่ และสามารถใช้เป็นแนวทางในการป้องกันหรือรักษาโรคกระดูกพรุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การเข้ารับการตรวจ BMD ที่ ศูนย์กระดูกและข้อ จะช่วยให้คุณได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการดูแลสุขภาพกระดูกของคุณ
การทำงานของเครื่อง BMD
ทำงานโดย ยิงรังสีเอกซเรย์ 2 ระดับผ่านกระดูก วัดปริมาณรังสีที่ผ่านออกมา คำนวณความหนาแน่นของกระดูกด้วยคอมพิวเตอร์ หลักสำคัญคือ “กระดูกดูดกลืนรังสีได้มากกว่าเนื้อเยื่ออื่น” จึงสามารถนำค่าที่วัดได้มาประเมินความแข็งแรงของกระดูก
การตรวจวัดความหนาแน่นมวลกระดูกนั้นเหมาะสำหรับ
- ผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนและผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป
- ผู้ชายที่อายุ 70 ปีขึ้นไป
- ผู้ที่น้ำหนักน้อยกว่า 58 กิโลกรัม
- ผู้ที่มีประวัติกระดูกหักในช่วงวัยผู้ใหญ่
- ผู้ที่ใช้ยาสเตียรอยด์เป็นเวลานาน
- ผู้ป่วยโรครูมาตอยด์
- ผู้ที่สมาชิกในครอบครัวสายตรงมีประวัติกระดูกสะโพกหักจากการได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
การตรวจวัดความหนาแน่นมวลกระดูกนั้นจะตรวจประเมินกระดูกในบริเวณที่มีแนวโน้มจะเป็นโรคกระดูกพรุนสูง อันได้แก่
- กระดูกสันหลังบั้นเอว
- กระดูกต้นขา
- แขนท่อนปลาย
การตรวจวัดความหนาแน่นมวลกระดูกจะช่วย
- ประเมินว่าผู้ป่วยมีความหนาแน่นมวลกระดูกต่ำหรือไม่ ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์กระดูกหัก
- ประเมินอัตราความเสี่ยงที่กระดูกอาจจะหักได้ในอนาคต
- ตรวจยืนยันว่าผู้ป่วยเป็นโรคกระดูกพรุน
- ตรวจสอบว่าการรักษาโรคกระดูกพรุนได้ผลดีหรือไม่
การตรวจวัดความหนาแน่นมวลกระดูกนั้นแตกต่างจากการสแกนกระดูก ซึ่งแพทย์จะทำเพื่อตรวจวินิฉัยกระดูกที่หัก ติดเชื้อ เป็นมะเร็ง และความผิดปกติอื่น ๆ ของกระดูก

วิธีเตรียมตัวก่อนการตรวจ BMD
- การเตรียมตัวก่อนตรวจ :
- ไม่ต้องงดอาหารหรือน้ำดื่มก่อนตรว
- งดรับประทานแคลเซียมหรืออาหารเสริมแคลเซียมก่อนตรวจ 24 ชั่วโมง
- ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่มีโลหะ เช่น ซิป หรือกระดุมโลหะ
- ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบหากเพิ่งได้รับการฉีดสารทึบรังสีหรือกลืนแร่มา เพราะอาจมีผลต่อผลการตรวจ
- ขั้นตอนระหว่างตรวจ :
- ใช้เวลาประมาณ 10-30 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ตรวจ
- นอนนิ่ง ๆ ตามคำแนะนำของแพทย์ขณะทำการตรวจ
- ขั้นตอนหลังการตรวจ :
- สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
- รับผลการตรวจและคำแนะนำจากแพทย์เกี่ยวกับแนวทางดูแลกระดูก
- ผลที่ได้เป็นค่าความหนาแน่นของมวลกระดูกเทียบกับค่ามวลกระดูกมาตรฐานของประชากรทั่วไป (T-score) ซึ่งสามารถวินิจฉันได้ดังต่อไปนี้
- ค่า T score มากกว่า -1 = ความหนาแน่นกระดูกแบบปกติ (Normal Bone)
- ค่า T score ที่อยู่ต่ำกว่า -1 แต่สูงกว่า -2.5 = กระดูกบาง (Osteopenia)
- ค่า T score ต่ำกว่า -2.5 = โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis)