ภาวะกระดูกพรุน (Osteoporosis) เป็นโรคที่มวลกระดูกลดลงและโครงสร้างภายในของกระดูกเสื่อมสภาพ ทำให้กระดูกเปราะบาง แตกหักง่าย แม้เกิดแรงกระแทกเพียงเล็กน้อย เช่น การสะดุดล้ม การยกของ หรือแม้แต่การไอหรือจามอย่างรุนแรงในบางราย
โรคนี้มักไม่แสดงอาการในระยะแรก จึงได้รับการขนานนามว่า “ภัยเงียบของผู้สูงอายุ” เพราะผู้ป่วยจำนวนมากจะทราบว่าตนเองเป็นโรคก็ต่อเมื่อเกิดกระดูกหักแล้ว
สาเหตุของภาวะกระดูกพรุน
มวลกระดูกของคนเราจะเพิ่มขึ้นจนถึงอายุประมาณ 30 ปี หลังจากนั้นจะค่อย ๆ ลดลงตามวัย หากการสลายกระดูกเกิดเร็วกว่าการสร้างกระดูก จะทำให้เกิดภาวะกระดูกพรุน ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่
- อายุ 50 ปีขึ้นไป
- ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน
- ผู้ชายอายุ 70 ปีขึ้นไป
- ขาดแคลเซียมและวิตามินดี
- ไม่ออกกำลังกาย
- สูบบุหรี่
- ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
- รับประทานยาสเตียรอยด์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน
- มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคกระดูกพรุน
- มีโรคประจำตัว เช่น โรคไทรอยด์ โรคไตเรื้อรัง หรือโรคข้ออักเสบบางชนิด
อาการที่ควรระวัง
ในระยะแรกผู้ป่วยมักไม่มีอาการ แต่เมื่อโรครุนแรงขึ้นอาจพบว่า
- ปวดหลังเรื้อรัง
- ส่วนสูงลดลง
- หลังค่อม
- กระดูกหักง่ายจากอุบัติเหตุเล็กน้อย
- ข้อมือ สะโพก หรือกระดูกสันหลังหักบ่อย
หากเกิดกระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุ อาจส่งผลให้เคลื่อนไหวลำบาก ต้องนอนติดเตียง และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
การตรวจมวลกระดูก (Bone Mineral Density : BMD) คืออะไร?
การตรวจมวลกระดูก (BMD) เป็นการตรวจวัดความหนาแน่นของแร่ธาตุในกระดูก เพื่อประเมินความแข็งแรงของกระดูกและประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกพรุนและกระดูกหักในอนาคต
ปัจจุบันวิธีมาตรฐานคือ Dual-energy X-ray Absorptiometry (DXA หรือ DEXA Scan) ซึ่งได้รับการยอมรับทั่วโลกว่ามีความแม่นยำสูง
การตรวจ BMD ตรวจบริเวณใดบ้าง?
แพทย์มักตรวจบริเวณที่มีโอกาสเกิดกระดูกหักสูง ได้แก่
- กระดูกสันหลังส่วนเอว
- กระดูกสะโพก
- บางกรณีอาจตรวจบริเวณปลายแขน
ข้อดีของการตรวจ BMD
- ตรวจพบภาวะกระดูกบางก่อนเกิดกระดูกหัก
- ประเมินความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน
- วางแผนการรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
- ติดตามผลการรักษาหลังรับประทานยา
- ช่วยลดโอกาสเกิดกระดูกหักในอนาคต
ใครบ้างที่ควรตรวจ BMD?
แนะนำให้ตรวจในกลุ่มต่อไปนี้
- ผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป
- ผู้ชายอายุ 70 ปีขึ้นไป
- ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่มีปัจจัยเสี่ยง
- ผู้ที่เคยมีกระดูกหักจากอุบัติเหตุเล็กน้อย
- ผู้ที่ใช้ยาสเตียรอยด์ต่อเนื่องเกิน 3 เดือน
- ผู้ป่วยโรคไต โรคต่อมไทรอยด์ หรือโรคข้ออักเสบบางชนิด
- ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคกระดูกพรุน
- ผู้ที่มีน้ำหนักตัวน้อยหรือดัชนีมวลกายต่ำ
การตรวจ BMD ใช้เวลานานไหม?
การตรวจใช้เวลาประมาณ 10–20 นาที
- ไม่ต้องงดน้ำหรืออาหาร
- ไม่เจ็บ
- ไม่ต้องฉีดสี
- ปริมาณรังสีต่ำมาก
- สามารถกลับบ้านได้ทันทีหลังตรวจ
วิธีป้องกันภาวะกระดูกพรุน
แม้ภาวะกระดูกพรุนจะไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการ
- รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม โยเกิร์ต ปลาเล็กปลาน้อย และเต้าหู้
- รับวิตามินดีจากแสงแดดอ่อน ๆ หรืออาหารตามคำแนะนำของแพทย์
- ออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก เช่น เดิน วิ่งเหยาะ ๆ หรือฝึกกล้ามเนื้อ
- งดสูบบุหรี่
- จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์
- ป้องกันการหกล้มภายในบ้าน โดยจัดพื้นที่ให้ปลอดภัยและมีแสงสว่างเพียงพอ
- ตรวจสุขภาพและตรวจมวลกระดูกตามคำแนะนำของแพทย์
สรุป
ภาวะกระดูกพรุนเป็นโรคที่ไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่สามารถนำไปสู่การเกิดกระดูกหักและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตได้อย่างมาก การตรวจมวลกระดูก (BMD) เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการประเมินความแข็งแรงของกระดูก ช่วยค้นหาผู้ที่มีความเสี่ยงตั้งแต่ก่อนเกิดอาการ ทำให้สามารถวางแผนป้องกันและรักษาได้อย่างเหมาะสม
หากคุณมีอายุอยู่ในเกณฑ์เสี่ยง อยู่ในวัยหมดประจำเดือน หรือมีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน การเข้ารับการตรวจมวลกระดูกตั้งแต่เนิ่น ๆ คือการลงทุนเพื่อสุขภาพในระยะยาว ช่วยลดโอกาสเกิดกระดูกหัก รักษาความแข็งแรงของกระดูก และคงคุณภาพชีวิตที่ดีไว้ได้นานที่สุด